สถานการณ์พลังงาน

     

สรุปสถานการณ์ พลังงานของประเทศไทย เดือนมกราคมกันยายน 2563

           ประเทศไทยมีการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายในช่วง 9 เดือนของปี 2563 มีปริมาณ 59,020 พันตัน เทียบเท่าน้ำมันดิบ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 10.0 คิดเป็นมูลค่ากว่า 563,117 ล้านบาท การใช้พลังงานยังคงเพิ่มขึ้น ตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยที่น้ำมันสำเร็จรูปยังคงเป็นพลังงานที่ใช้มากที่สุด คิดเป็น ร้อยละ 46.9 ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้าย รองลงมาประกอบด้วย ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน ถ่านหิน/ลิกไนต์ ก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนดั้งเดิม คิดเป็น ร้อยละ 21.6 9.5 10.8 6.2 และ 5.0 ตามลำดับ

        จากรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนกันยายน 2563 ของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาเกือบเป็นปกติในหลายภาคส่วน และอีกส่วนหนึ่งจากปัจจัยชั่วคราววันหยุดยาวพิเศษ ประกอบกับการใช้จ่ายภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยขยายตัวสูงขึ้นจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน ขณะที่เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนกลับมาทรงตัวหลังจากหดตัวต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า ด้านมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำ และเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนหดตัวน้อยลง สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ปรับดีขึ้น อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวยังหดตัวสูงจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศที่ยังมีต่อเนื่อง ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อในหมวดพลังงานเป็นสำคัญ ด้านตลาดแรงงานปรับดีขึ้นบ้างแต่ยังเปราะบาง สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงตามการส่งออกทองคำเป็นสำคัญ

         อย่างไรก็ตาม การใช้พลังงานขั้นสุดท้ายลดลงในทุกสาขาเศรษฐกิจ โดยพบว่า สาขาเกษตรกรรมลดลงร้อยละ 23.8 สาขาอุตสาหกรรมลดลงร้อยละ 5.7 สาขา บ้านอยู่อาศัยลดลงร้อยละ 14.8 สาขาธุรกิจการค้าลดลงร้อยละ 7.5 และสาขาขนส่ง ลดลงร้อยละ 11.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาขาอุตสาหกรรมเป็นสาขาที่มีการใช้พลังงานในสัดส่วนที่สูงกว่าสาขาอื่น โดยมีสัดส่วนการใช้ร้อยละ 38.2 ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้าย รองลงมาเป็นสาขาขนส่ง บ้านอยู่อาศัย ธุรกิจการค้า และเกษตรกรรม โดยมีการใช้ร้อยละ 37.4 13.3 8.1 และ 3.0 ตามลำดับ

            ในช่วง 9 เดือนของปี 2563 ประเทศไทยมี การนำเข้าพลังงาน คิดเป็นมูลค่ากว่า 510,819 ล้านบาท โดยมีการนำเข้าน้ำมันดิบมากที่สุด

         จากการที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทดแทนในประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยลดสัดส่วนการใช้พลังงานต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม (Energy Intensity) พบว่า ในช่วง 9 เดือนของปี 2563 ประเทศไทยมีการใช้พลังงานทดแทน 9,621 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบลดลงร้อยละ 11.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนสัดส่วนการใช้พลังงานต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2553 ซึ่งเป็นปีฐานที่เริ่มดำเนินการตามแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี (พ.ศ. 2554 – 2573) และแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558 – 2579


 แหล่งที่มา : https://www.dede.go.th/download/stat63/fontpagesit2_sep_2020.pdf

Visitors: 59,470