สถานการณ์พลังงาน

     

สรุปสถานการณ์พลังงานของประเทศไทย เดือนมกราคม - เมษายน 2563


    ประเทศไทยมีการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2563 มีปริมาณ 28,211 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 3.7 คิดเป็นมูลค่ากว่า 233,657 ล้านบาท

   การใช้พลังงานยังคงเพิ่มขึ้น ตามการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยที่น้ำมันสำเร็จรูปยังคงเป็นพลังงาน ที่ใช้มากที่สุดคิดเป็น ร้อยละ 45.2 ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายทั้งหมด รองลงมาประกอบด้วย ไฟฟ้า ถ่านหิน/ ลิกไนต์ พลังงานหมุนเวียน ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานหมุนเวียนดั้งเดิม คิดเป็น ร้อยละ 20.0 12.6 10.7 6.1 และ 5.4 ตามลำดับ

    จากรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนเมษายน 2563 ของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า หดตัวสูงขึ้น จากผลของมาตรการควบคุมการระบาดของโรค COVID-19 ที่เข้มงวดทั้งในและต่างประเทศที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายภาคส่วนต้องหยุดลงชั่วคราว โดยภาคการท่องเที่ยวหดตัวสูงจากการห้ามเดินทางเข้าประเทศไทย การส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำหดตัวสูงขึ้นมากตามอุปสงค์ของประเทศคู่ค้า เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนหดตัวสูงตามกำลังซื้อที่อ่อนแอลงมากและมาตรการควบคุมโรคระบาด ขณะที่เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนและการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวสูงต่อเนื่องตามภาวะอุปสงค์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวได้ต่อเนื่องทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน ขณะที่ในเดือนนี้ภาครัฐเริ่มมีการทยอยจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ซึ่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะต่อไป ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้น จากอัตราเงินเฟ้อในหมวดพลังงานตามราคาน้ำมันในตลาดโลกและมาตรการลดค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบให้ประชาชนของภาครัฐ ขณะที่ตลาดแรงงานเปราะบางขึ้นมาก ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล ส่วนดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายเกินดุลสุทธิจากด้านสินทรัพย์เป็นสำคัญ

   อย่างไรก็ตามการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายลดลงเกือบทุกสาขาเศรษฐกิจ โดยพบว่า สาขาเกษตรกรรม ลดลงร้อยละ 22.6 สาขาอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 สาขาบ้านอยู่อาศัย ลดลงร้อยละ 12.6 สาขาธุรกิจการค้า ลดลงร้อยละ 4.1 และสาขาขนส่ง ลดลงร้อยละ 9.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาขาอุตสาหกรรมเป็นสาขาที่มีการใช้พลังงานในสัดส่วนที่สูงกว่าสาขาอื่น โดยมีสัดส่วนการใช้ ร้อยละ 40.4 ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้าย รองลงมาเป็นสาขาขนส่ง บ้านอยู่อาศัย ธุรกิจการค้า และเกษตรกรรม โดยมีการใช้ร้อยละ 36.4 12.7 7.6 และ 2.9 ตามลำดับ

    ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2563 ประเทศไทย มีการนำเข้าพลังงาน คิดเป็นมูลค่ากว่า 225,550 ล้านบาท โดยมีการนำเข้าน้ำมันดิบมากที่สุด

   จากการที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทดแทนในประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเพิ่ม ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยลดสัดส่วนการใช้พลังงานต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม (Energy Intensity) พบว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2563 ประเทศไทยมีการใช้พลังงานทดแทน 4,869 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนสัดส่วนการใช้พลังงานต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมมีแนวโน้ม ลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2553 ซึ่งเป็นปีฐานที่เริ่มดำเนินการตามแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี (พ.ศ. 25542573) และแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 25582579

 แหล่งที่มา  : https://www.dede.go.th/download/stat63/fontpage_jan_apr2020.pdf

Visitors: 49,786